ไก่เปิดรังหวังกำชัยเหนือปืน
'ไก่เดือยทอง' สเปอร์ส ตั้งเป้าเก็บชัยเหนือ 'ปืนใหญ่' อาร์เซนอล ในพรีเมียร์ลีก นัดดาร์บี้แมทช์ กรุงลอนดอน วันอาทิตย์ที่ 2 ต.ค. ส่งทีมชุดใหญ่ลงเต็มที่ ขณะที่ 'สิงโตน้ำเงินคราม' เชลซี วาง ดิดิเยร์ ดร็อกบา ยืนหัวหอกตัวจริงบุก โบลตัน
ศึกพรีเมียร์ลีกนัด วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส จะเปิดไวท์ ฮาร์ท เลน ทำศึกดาร์บี้แมทช์ กรุงลอนดอน กับ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ในเวลา 22.00 น. โดยเกมนี้ แฮร์รี เรดแนปป์ ตั้งเป้าเก็บ 3 แต้มเพียงอย่างเดียว เมื่อสภาพทีมมีความพร้อมเต็มที่ หลังจากที่ ลูกา โมดริช และราฟาเอล ฟานเดอร์ฟาร์ท 2 ดาราของทีมได้พักจากเกมยูโรปา ลีก มีความฟิตเต็มที่เช่นเดียวกับ เอมมานูเอล อเดบายอร์ อดีตกองหน้าของอาร์เซนอ
แดนกลางยังจะได้ อารอน เลนนอน ปีกความเร็วสูงพร้อมลงสนามเป็นตัวจริงอีกราย หลังจากที่ได้ลงมาเคาะสนิมในเกมยุโรปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกทั้ง สตีเฟน พีนาร์ ก็หายเจ็บโคนขาหนีบเช่นกัน ตัวริมเส้นสองข้างจึงจะมีทั้ง เลนนอน และแกเร็ธ เบล ขณะที่แดนหน้า ฟานเดอร์ฟาร์ท น่าจะได้โอกาสเล่นร่วมกับ อเดบายอร์ ก่อน ส่วนปัญหาของทีมก็ยังเป็นเรื่องแนวรับที่ วิลเลียม กัลลาส, ไมเคิล ดอว์สัน ยังไม่หายเจ็บกลับมา จึงต้องใช้ เลดลีย์ คิง ยืนคู่กับ ยูเนส คาบูล
ฝั่ง อาร์เซนอล ที่แพ้มาแล้ว 3 นัดในฤดูกาลนี้ ยังคงมีปัญหาเรื่องผู้เล่นบาดเจ็บพอสมควร ต้องลุ้นทดสอบความฟิตของทั้ง ธีโอ วัลคอตต์ กับ แชร์วินโญ ในแดนหน้า รวมทั้ง โลรองต์ คอสเซลนี ในแนวรับ แต่ที่ยังลงไม่ได้แน่นอนส่วนใหญ่เป็นผู้เล่นในแดนกลางทั้ง ยอสซี เบนายูน, อาบู ดิยาบี และ แจ็ค วิลเชียร์ และแนวรับยังมี โยฮัน ชูรู กับ โธมัส แฟร์มาเลน ที่ลงเล่นไม่ได้
"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี จะออกไปเยือน โบลตัน ในเวลา 19.30 น. โดย อังเดร บียาส โบอาส กุนซือทีมเยือนจะไม่มี เฟอร์นันโด ตอร์เรส กองหน้าที่โดนใบแดงจากนัดที่แล้วทำให้ต้องติดโทษแบน และจะส่ง ดิดิเยร์ ดร็อกบา ลงสนามเป็นหัวหอกตัวจริง อีกทั้ง ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ก็หายเจ็บกลับมาแล้ว ส่วน แฟรงค์ แลมพาร์ด อาจจะได้ลงเป็นตัวจริงต่อเนื่อง จากการที่เพิ่งทำประตูได้ในเกมยุโรป
โบลตัน ของ โอเวน คอยล์ ไม่มีปัญหาเรื่องผู้เล่นเจ็บเพิ่มขึ้นมา แต่จะไม่สามารถใช้งาน กาแอล คาคูตา ปีกทีมยืมตัวมาจากเชลซี และแนวรับจะไม่มี เดวิด วีเทอร์ ที่ติดโทษแบน ขณะที่แดนหน้าจะไม่มี อิวาน คลาสนิช ที่โดนแบนเช่นกัน
ขณะที่เวลา 21.00 น. ฟูแล่ม จะเปิดคราเวน คอตเทจ ทำศึกดาร์บี้แมทช์ กรุงลอนดอนอีกคู่กับ "ทหารเสือราชินี" ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ซึ่งเจ้าถิ่นที่เพิ่งได้ชัยชนะในเกมยูโรปา ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ จะส่งตัวจริงกลับมาลงสนามเต็มที่และมีกองหน้าตัวเก่งอย่าง บ็อบบี ซาโมรา ยืนหัวหอก ขณะที่ทีมเยือนจะไม่มี อาร์กมองด์ ตราโอเร แบ็กซ้ายที่ติดโทษแบน รวมทั้ง แดนนี แกบบิดอน เซ็นเตอร์แบ็กก็ยังไม่หายเจ็บเช่นเดียวกับ คีรอน ดายเออร์ ในแดนกลาง
"หงส์ขาว" สวอนซี เล่นในบ้านพบกับ "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ โดยเจ้าถิ่นต้องทดสอบความฟิตของ ลีออน บริทตัน ในแดนกลาง แต่จะได้ แดนนี เกรแฮม กลับมาเป็นกองหน้าตัวจริงแทน เลอรอย ลิตา ส่วนแนวรับไม่มีตัวเลือกเหลือ แกร์รี มังค์ กับ แอชลีย์ วิลเลียมส์ ที่เป็นเซ็นเตอร์แบ็กที่ฟิตเพียงสองคน ขณะที่ สโต๊ค จะได้ โจนาธาน วูดเกต กลับมายืนแนวรับหลังจากไม่ได้เล่นเกมยุโรป แต่ก็ต้องลุ้นความฟิตของ แมทธิว เอเธอริงตัน ปีกตัวเก่ง ส่วน ซาลีฟ ดิเยา กับ เคนวิน โจนส์ ยังไม่ฟิตกลับมา
แดนกลางยังจะได้ อารอน เลนนอน ปีกความเร็วสูงพร้อมลงสนามเป็นตัวจริงอีกราย หลังจากที่ได้ลงมาเคาะสนิมในเกมยุโรปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกทั้ง สตีเฟน พีนาร์ ก็หายเจ็บโคนขาหนีบเช่นกัน ตัวริมเส้นสองข้างจึงจะมีทั้ง เลนนอน และแกเร็ธ เบล ขณะที่แดนหน้า ฟานเดอร์ฟาร์ท น่าจะได้โอกาสเล่นร่วมกับ อเดบายอร์ ก่อน ส่วนปัญหาของทีมก็ยังเป็นเรื่องแนวรับที่ วิลเลียม กัลลาส, ไมเคิล ดอว์สัน ยังไม่หายเจ็บกลับมา จึงต้องใช้ เลดลีย์ คิง ยืนคู่กับ ยูเนส คาบูล
ฝั่ง อาร์เซนอล ที่แพ้มาแล้ว 3 นัดในฤดูกาลนี้ ยังคงมีปัญหาเรื่องผู้เล่นบาดเจ็บพอสมควร ต้องลุ้นทดสอบความฟิตของทั้ง ธีโอ วัลคอตต์ กับ แชร์วินโญ ในแดนหน้า รวมทั้ง โลรองต์ คอสเซลนี ในแนวรับ แต่ที่ยังลงไม่ได้แน่นอนส่วนใหญ่เป็นผู้เล่นในแดนกลางทั้ง ยอสซี เบนายูน, อาบู ดิยาบี และ แจ็ค วิลเชียร์ และแนวรับยังมี โยฮัน ชูรู กับ โธมัส แฟร์มาเลน ที่ลงเล่นไม่ได้
"สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี จะออกไปเยือน โบลตัน ในเวลา 19.30 น. โดย อังเดร บียาส โบอาส กุนซือทีมเยือนจะไม่มี เฟอร์นันโด ตอร์เรส กองหน้าที่โดนใบแดงจากนัดที่แล้วทำให้ต้องติดโทษแบน และจะส่ง ดิดิเยร์ ดร็อกบา ลงสนามเป็นหัวหอกตัวจริง อีกทั้ง ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ ก็หายเจ็บกลับมาแล้ว ส่วน แฟรงค์ แลมพาร์ด อาจจะได้ลงเป็นตัวจริงต่อเนื่อง จากการที่เพิ่งทำประตูได้ในเกมยุโรป
โบลตัน ของ โอเวน คอยล์ ไม่มีปัญหาเรื่องผู้เล่นเจ็บเพิ่มขึ้นมา แต่จะไม่สามารถใช้งาน กาแอล คาคูตา ปีกทีมยืมตัวมาจากเชลซี และแนวรับจะไม่มี เดวิด วีเทอร์ ที่ติดโทษแบน ขณะที่แดนหน้าจะไม่มี อิวาน คลาสนิช ที่โดนแบนเช่นกัน
ขณะที่เวลา 21.00 น. ฟูแล่ม จะเปิดคราเวน คอตเทจ ทำศึกดาร์บี้แมทช์ กรุงลอนดอนอีกคู่กับ "ทหารเสือราชินี" ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส ซึ่งเจ้าถิ่นที่เพิ่งได้ชัยชนะในเกมยูโรปา ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ จะส่งตัวจริงกลับมาลงสนามเต็มที่และมีกองหน้าตัวเก่งอย่าง บ็อบบี ซาโมรา ยืนหัวหอก ขณะที่ทีมเยือนจะไม่มี อาร์กมองด์ ตราโอเร แบ็กซ้ายที่ติดโทษแบน รวมทั้ง แดนนี แกบบิดอน เซ็นเตอร์แบ็กก็ยังไม่หายเจ็บเช่นเดียวกับ คีรอน ดายเออร์ ในแดนกลาง
"หงส์ขาว" สวอนซี เล่นในบ้านพบกับ "ช่างปั้นหม้อ" สโต๊ค ซิตี้ โดยเจ้าถิ่นต้องทดสอบความฟิตของ ลีออน บริทตัน ในแดนกลาง แต่จะได้ แดนนี เกรแฮม กลับมาเป็นกองหน้าตัวจริงแทน เลอรอย ลิตา ส่วนแนวรับไม่มีตัวเลือกเหลือ แกร์รี มังค์ กับ แอชลีย์ วิลเลียมส์ ที่เป็นเซ็นเตอร์แบ็กที่ฟิตเพียงสองคน ขณะที่ สโต๊ค จะได้ โจนาธาน วูดเกต กลับมายืนแนวรับหลังจากไม่ได้เล่นเกมยุโรป แต่ก็ต้องลุ้นความฟิตของ แมทธิว เอเธอริงตัน ปีกตัวเก่ง ส่วน ซาลีฟ ดิเยา กับ เคนวิน โจนส์ ยังไม่ฟิตกลับมา
ซัวเรซสุดปลื้มแคร์โรลล์ซัดปลดล็อกได้แล้ว
หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงลิเวอร์พูล รับเป็นปลื้มที่เห็น แอนดี้ แคร์โรลล์ คู่หูในแดนหน้าร่วมทัพ ลิเวอร์พูล สามารถยิงประตูแรกในลีกฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ
หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้า "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล แสดงอาการดีใจหลังเห็น แอนดี้ แคร์โรลล์ กองหน้าร่างโย่งคู่หูในแดนหน้าสามารถยิงประตูแรกในเกมลีกได้สำเร็จในเกมบุก เอาชนะ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" เอฟเวอร์ตัน 2-0 เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังเจ้าตัวทำงานอย่างหนักท่ามกลางเสียงวิจารณ์
"พวกเราทุกคนเห็นความ พยายามของ แคร์โรลล์ ตลอดเขาทำงานอย่างหนัก เพื่อให้เป็นกองหน้าที่ยิงประตูได้สม่ำเสมอ และวันนี้เขาก็ทำสำเร็จ ผมรู้สึกยินดีอย่างมากที่เห็นเขาทำประตูได้ในวันนี้" หลุยส์ ซัวเรซ กล่าว
(ภาพจาก Getty Images)